ทำอย่างไรเพื่อเลือกบัญชีที่เหมาะสมกับคุณที่สุด ระหว่าง Instant กับ Challenge?

การเลือกประเภทบัญชีที่เหมาะสม ควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้ง ระยะเวลาในการเทรด ขั้นตอนการประเมิน อัตรา Profit Share กฎระเบียบเฉพาะ และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรูปแบบการบริหารความเสี่ยงของ Trader มากที่สุด

โดยมี 5 จุดสำคัญ ที่ควรพิจารณาดังนี้:

1. พิจารณาระยะเวลาและขั้นตอนในการเริ่มเทรด

Instant

เหมาะสำหรับ Trader ที่ต้องการ เริ่มต้นเทรดและทำกำไรได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาผ่านขั้นตอนการประเมิน

→ ซื้อแพ็กเกจ → เริ่มเทรดได้ทันที

Challenge

เหมาะสำหรับ Trader ที่พร้อมพิสูจน์ความสามารถผ่านกระบวนการประเมิน 2 ขั้นตอน ได้แก่ Phase 1 และ Phase 2 ตามเงื่อนไขที่กำหนด ก่อนที่จะได้รับ Funded Account

→ ซื้อแพ็กเกจ → Phase 1 → Phase 2 → Funded Account

2. พิจารณาอัตราส่วนแบ่งกำไร (Profit Share)

Instant

Profit Share จะเริ่มต้นที่ 50% ในการถอนเงินครั้งแรก และจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่ถอนเงินสำเร็จ

→ 50% → 75% → 90%

Challenge

เมื่อผ่านการประเมินและเข้าสู่รอบ Funded แล้ว Trader สามารถรับ Profit Share สูงสุดถึง 90% ตั้งแต่การถอนเงินครั้งแรก

3. พิจารณากฎ Daily Loss และ Max Loss ของแต่ละแพ็กเกจ

หากเลือกบัญชีประเภท Instant ควรตรวจสอบเกณฑ์ Daily Loss และ Max Loss ของแพ็กเกจที่เลือกอย่างรอบคอบ เนื่องจากแต่ละแพ็กเกจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน

โดยเฉพาะแพ็กเกจ Customize และ NO PC ซึ่งกำหนด:

  • Daily Loss = 2%
  • Max Loss = 4%

เกณฑ์ดังกล่าวมีความเข้มงวดมากกว่าแพ็กเกจที่กำหนด Daily Loss ไว้ที่ 5% ดังนั้น Trader จึงควรวางแผน การบริหารความเสี่ยง อย่างรอบคอบ

4. ทำความเข้าใจกฎเฉพาะของแต่ละแพ็กเกจ

แพ็กเกจที่มี Profit Consistency (PC)

ควรติดตามค่า Profit Consistency (PC) และควบคุมการทำกำไรให้มีความสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ค่า PC สูงเกินเกณฑ์ที่กำหนดจนส่งผลต่อ Profit Share

แพ็กเกจ NO PC

แม้ไม่มีเงื่อนไข Profit Consistency แต่ Trader ต้องทำความเข้าใจกฎ Trading Idea

→ ต้องบริหารจัดการไม่ให้ Trading Idea ใดรายการหนึ่งสร้างกำไรเกิน 40% ของกำไรรวมทั้งบัญชี

5. พิจารณาสิทธิประโยชน์และโบนัสเพิ่มเติม

หากเลือกบัญชี Challenge Trader มีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ได้แก่:

  • คืนค่าธรรมเนียม Challenge 100%
  • โบนัสพิเศษ 30% จากกำไรที่ทำได้ใน Phase 2

โดยต้องทำกำไรสะสมใน Funded Account ถึงเกณฑ์ 6% ขึ้นไป และส่งคำขอถอนเงินสำเร็จตามเงื่อนไขที่กำหนด

สรุป

การเลือก Instant หรือ Challenge ควรพิจารณาจากเป้าหมายและรูปแบบการเทรดของแต่ละคน

→ หากให้ความสำคัญกับ การเริ่มเทรดได้ทันทีและไม่ต้องผ่านการประเมิน ควรพิจารณาเงื่อนไขของบัญชี Instant

→ หากพร้อมผ่าน Phase 1 และ Phase 2 และให้ความสำคัญกับ Profit Share สูงตั้งแต่รอบ Funded รวมถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ควรพิจารณาเงื่อนไขของบัญชี Challenge

ไม่ว่าจะเลือกประเภทใด ควรตรวจสอบ Daily Loss, Max Loss, Profit Consistency, Risk Consistency และกฎเฉพาะของแพ็กเกจ ให้เข้าใจก่อนเริ่มเทรด