หากจงใจละเมิดกฎจะเกิดอะไรขึ้น?
WeMasterTrade กำหนดให้ Trader ต้องปฏิบัติตาม ข้อกำหนดและเงื่อนไข (Terms and Conditions), กฎการเทรด (Trading Rules) และนโยบายพฤติกรรมต้องห้าม (Prohibited Conduct Policy) อย่างครบถ้วนตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโปรแกรม
หากพฤติกรรมการเทรด (Trading Activity) ถูกพิจารณาว่าเป็น การเทรดที่ต้องห้าม (Prohibited Trading) โดยเฉพาะในกรณีที่พบสัญญาณของการ จงใจดำเนินการ ทำซ้ำ หรือพยายามหลีกเลี่ยงกฎและข้อกำหนด WeMasterTrade มีสิทธิ์ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมตาม ลักษณะ ความรุนแรง และสถานการณ์ของแต่ละกรณี
1. อาจถูกปฏิเสธการถอนเงิน (Withdrawal)
หากตรวจพบ การเทรดที่ต้องห้าม (Prohibited Trading) คำขอ Withdrawal อาจถูกปฏิเสธ
แม้ Trader จะสามารถสร้างกำไรหรือผ่านเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการขอ Payout ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการถอนเงินจะได้รับการอนุมัติโดยอัตโนมัติ หากภายหลังพบว่า Trading Activity มีการละเมิดกฎหรือนโยบายที่เกี่ยวข้อง
→ การผ่านเงื่อนไข Payout ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการอนุมัติ Withdrawal โดยอัตโนมัติ
2. อาจถูกยุติการเข้าร่วมโปรแกรม
หาก Trading Activity ถูกพิจารณาว่าเป็น Prohibited Trading สิทธิ์ในการเข้าร่วมโปรแกรมอาจถูก ยุติลง
มาตรการดังกล่าวอาจใช้ในกรณีที่พฤติกรรมการเทรดส่งผลต่อ ความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของผลการเทรด หรือทำให้ Trader ไม่เข้าเกณฑ์ที่จะเข้าร่วมโปรแกรมต่อไป
→ การละเมิด Policy อาจส่งผลต่อสถานะของ Account และสิทธิ์ในการเข้าร่วมโปรแกรม
3. อาจถูกริบค่าธรรมเนียมที่ชำระไปแล้ว
หาก Trading Activity ถูกพิจารณาว่าเป็นการละเมิด Prohibited Conduct ค่าธรรมเนียมที่ชำระให้กับ Company แล้วอาจถูก ริบ (Forfeited) ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น Trader ไม่ควรเข้าใจว่าการชำระค่าธรรมเนียมแล้ว หรือการผ่าน Challenge / Phase แล้ว จะรับประกันสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ หากภายหลังพบว่า Trading Activity ละเมิด Policy
→ การชำระค่าธรรมเนียมหรือการผ่าน Challenge / Phase ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์โดยอัตโนมัติ หากพบการละเมิด Policy
4. อาจไม่ได้รับบัญชีที่ได้รับเงินทุน (Funded Account)
ก่อนที่จะมีการออก Funded Account Trading Activity อาจถูกตรวจสอบโดยกองทุน
กระบวนการตรวจสอบมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาว่า Trading Activity สอดคล้องกับ:
- ข้อกำหนดและเงื่อนไข (Terms and Conditions)
- กฎการเทรด (Trading Rules)
- นโยบายพฤติกรรมต้องห้าม (Prohibited Conduct Policy)
- ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของกองทุน
หากผลการตรวจสอบพบว่ามี Prohibited Trading:
Trader จะไม่ได้รับ Funded Account
→ การผ่านข้อกำหนดหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ ไม่ได้หมายความว่า Funded Account จะได้รับการออกให้โดยอัตโนมัติ หาก Trading Activity ไม่เป็นไปตามกฎของโปรแกรม
5. การละเมิดอาจส่งผลต่อสิทธิประโยชน์หลายด้านของโปรแกรม
ขึ้นอยู่กับ ลักษณะและความรุนแรงของพฤติกรรม Prohibited Conduct อาจส่งผลต่อ:
- สิทธิ์ในการขอ Withdrawal
- สถานะของ Account
- สิทธิ์ในการเข้าร่วมโปรแกรมต่อไป
- ค่าธรรมเนียมที่ชำระไปแล้ว
- สิทธิ์ในการได้รับ Funded Account
ดังนั้น Trader ไม่ควรประเมินพฤติกรรมเพียงจากการที่:
“ฉันยังมีกำไรอยู่”
หรือ
“ฉันยังทำ Target ได้”
สิ่งสำคัญคือ ผลลัพธ์ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีการที่เป็นไปตาม Policy หรือไม่
_______________________________________________________________________
หากจงใจหาวิธีหลีกเลี่ยง Policy จะเกิดอะไรขึ้น?
Trader ห้ามจงใจทดลองหรือพยายาม หลีกเลี่ยง (Bypass / Circumvent) หรือ ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ (Exploit) ของกฎและข้อกำหนด เพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับตนเอง
ตัวอย่างเช่น ห้าม:
- ทดลองทำพฤติกรรมที่สงสัยว่าเป็น Prohibited Conduct เพียงเพื่อดูว่าระบบจะตรวจพบหรือไม่
- เปลี่ยนวิธีการดำเนินการของพฤติกรรมเดิมเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
- แบ่งหรือปรับรูปแบบการเทรดเพื่อปกปิด พฤติกรรมต้องห้าม (Prohibited Activity)
- ใช้หลาย Accounts เพื่อดำเนินการในลักษณะที่บัญชีเดียวไม่สามารถทำได้
- เปลี่ยนวิธีการกระจาย กำไร/ขาดทุน (Profit/Loss) เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจพบ การบิดเบือนผลการเทรด (Manipulation)
- ใช้ประโยชน์จาก ข้อผิดพลาดทางเทคนิค (Technical Error) ต่อไปหลังจากทราบแล้วว่ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น เพื่อสร้างความได้เปรียบ
การที่พฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งยังไม่ถูกตรวจพบในทันที ไม่ได้หมายความว่าพฤติกรรมนั้นได้รับอนุญาต
วัตถุประสงค์ของ Policy คือเพื่อให้ Trading Activity สะท้อนถึง พฤติกรรมการเทรดที่เกิดขึ้นจริง (Genuine Trading Behavior) แทนที่จะเป็นผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นจาก การบิดเบือน (Manipulation) หรือการหาประโยชน์จากระบบ
_______________________________________________________________________
การจงใจละเมิดแตกต่างจากข้อผิดพลาดในการเทรดทั่วไป
ไม่ใช่ทุกความผิดพลาดระหว่างการเทรดที่จะถือเป็น Prohibited Conduct โดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างเช่น:
- Trade หนึ่งเกิดผลขาดทุน
- ผลการเทรดในวันหนึ่งไม่ดี
- ปิด Trade เร็วกว่าที่คาดไว้
- เกิด ปัญหาทางเทคนิค (Technical Issue) โดยไม่ได้ตั้งใจ
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า Trader จงใจละเมิดกฎโดยอัตโนมัติ
สิ่งสำคัญในการพิจารณาคือ ลักษณะของพฤติกรรม รูปแบบการเทรด (Trading Pattern) และวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ โดยเฉพาะเมื่อพบสัญญาณว่า Trader:
- ทราบ ว่าพฤติกรรมนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม
- ยังคง จงใจดำเนินการ
- ทำพฤติกรรมดังกล่าว ซ้ำ
- ปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อให้ยังคงได้รับ ความได้เปรียบ
- หรือพยายามหลีกเลี่ยง ข้อจำกัด (Restrictions)
→ ระดับความรุนแรงและพฤติกรรมโดยรวมอาจถูกนำมาพิจารณาในการตรวจสอบ
_______________________________________________________________________
สิ่งที่ Trader ควรจำ
ไม่ควรจงใจทดลองขอบเขตของ Policy
ไม่ควรพยายาม “หาช่องโหว่” ของพฤติกรรมต้องห้ามด้วยการเปลี่ยนวิธีการดำเนินการ
ไม่ควรใช้หลาย Accounts, การทำ Hedging, การบิดเบือน Profit Consistency หรือการหาประโยชน์จากระบบ (System Exploitation) เพื่อสร้างความได้เปรียบ
ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลลัพธ์จากการเทรดเกิดจากกลยุทธ์การเทรด (Trading Strategy) ที่ถูกต้องและ Trading Activity ที่เกิดขึ้นจริง
สรุป
หาก Trader จงใจละเมิด Prohibited Conduct ผลที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่:
Withdrawal ถูกปฏิเสธ → ยุติการเข้าร่วมโปรแกรม → สูญเสียค่าธรรมเนียมที่ชำระไปแล้ว → ไม่ได้รับ Funded Account
ทั้งนี้ การดำเนินการจะขึ้นอยู่กับ ลักษณะ ความรุนแรง และสถานการณ์ของการละเมิดในแต่ละกรณี
เทรดให้เป็นไปตาม Policy ตั้งแต่แรก ดีกว่าพยายามทดสอบว่า Policy จะตรวจจับการละเมิดได้มากน้อยเพียงใด