วิธีหลีกเลี่ยง Prohibited Conduct?

ส่วนนี้ตอบคำถามสำคัญที่สุดสำหรับ Trader:

“ฉันควรเทรดอย่างไร เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพิจารณาว่าเป็น Prohibited Conduct?”

หลักการง่าย ๆ คือ:

เทรดโดยอิงจากกลยุทธ์การเทรดที่ถูกต้องและโอกาสจากตลาด — ไม่ใช่เพื่อหาประโยชน์จากระบบ บิดเบือนผลการเทรด หรือถ่ายโอนความเสี่ยงระหว่างบัญชี

Trader ควรปฏิบัติตามหลักการดังต่อไปนี้

_______________________________________________________________________

1. เทรดโดยอิงจากกลยุทธ์การเทรดที่เป็นจริง

Trader ควรมีแนวทางการเทรด (trading approach) ที่ชัดเจน และตัดสินใจโดยพิจารณาจาก:

  • Market analysis — การวิเคราะห์ตลาด
  • Trading setup — รูปแบบการเทรด / Trading Setup
  • Entry/exit logic — หลักการเข้าและออกจากการเทรด
  • Risk management — การบริหารความเสี่ยง
  • Position sizing — การกำหนดขนาด Position
  • Market conditions — สภาวะตลาด

ไม่ควรเปิดหรือปิดการเทรดเพียงเพราะต้องการ:

  • ทำให้สถิติของบัญชีดูดีขึ้น;
  • ปรับ Profit Consistency;
  • ลดกำไรประจำวัน (daily profit);
  • โอนความเสี่ยงไปยังบัญชีอื่น;
  • ใช้ประโยชน์จาก system error;
  • สร้างผลลัพธ์ที่ Trader ทั่วไปไม่สามารถทำได้จากการเทรดตามปกติ

ตัวอย่าง

Trader พบ รูปแบบการเทรด (setup) ที่สอดคล้องกับ กลยุทธ์ (strategy) และตัดสินใจเปิด สถานะการเทรด (position) ตาม setup ดังกล่าว

→ ถือเป็น การตัดสินใจเทรดที่เกิดขึ้นจริง (genuine trading decision)

ในทางกลับกัน หาก Trader ทำกำไรได้สูงในวันนั้นแล้วจงใจเปิด รายการเทรดที่ขาดทุน (losing trades) เพิ่ม เพียงเพื่อทำให้ กำไรประจำวัน (daily profit) ลดลง

→ การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่าย การบิดเบือน Profit Consistency (Profit Consistency Manipulation)

ตาม FAQ ของ WeMasterTrade การจงใจจำกัดหรือควบคุม กำไรสูงสุดต่อวัน (highest daily profit) ถือเป็น พฤติกรรมต้องห้าม (prohibited conduct)

_______________________________________________________________________

2. สามารถ Scalping ได้ แต่ห้าม Tick Scalping

ส่วนนี้จำเป็นต้องแยกให้ชัดเจน

Scalping

Scalping ไม่ได้ถูกห้าม

Trader สามารถใช้ กลยุทธ์การเทรดระยะสั้น (short-term trading strategy) ได้ ตราบใดที่กลยุทธ์ดังกล่าวปฏิบัติตามกฎอื่น ๆ และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาประโยชน์จากระบบหรือบิดเบือนการทำงานของระบบ (exploit หรือ manipulate ระบบ)

ตัวอย่าง:

  • วิเคราะห์ chart ใน timeframe สั้น;
  • เข้าเทรดตาม setup;
  • ถือ position เป็นระยะเวลาสั้น;
  • ปิด position เมื่อถึง target หรือเมื่อ setup ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด (invalidated)

→ การกระทำดังกล่าวอาจถือเป็นการ Scalping ที่เป็นไปตามกฎและมีเหตุผลในการเทรดที่ชัดเจน (Legitimate Scalping)

Scalping สามารถทำได้ แต่แต่ละ Scalping Trade ต้องถือ Position นานกว่า 2 นาที และ ยอดกำไรขาดทุนทั้งหมดจากออเดอร์ Scalping ต้องไม่เกิน 40% ของกำไรรวมทั้งหมดของบัญชี และ กำไรรวมจากออเดอร์ Scalping ต้องไม่เกิน 40% ของกำไรรวมทั้งหมดของบัญชี

ไม่จำเป็นต้องเฝ้ารอให้ครบ 2 นาทีเพื่อปิด trade ให้เทรดตาม setup, SL/TP และ trading plan

Tick Scalping

Tick Scalping ถูกห้ามตาม policy ที่ WeMasterTrade ใช้อยู่

Trader ห้ามใช้กลยุทธ์ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้:

  • เปิดและปิด position อย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง;
  • ใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยในระดับ Tick (price movements)
  • เปิดและปิด position ซ้ำ ๆ ภายในช่วงเวลาที่สั้นมาก (Repeatedly entering and exiting)
  • เปิดและปิดการเทรดเพื่อมุ่งทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาเพียงไม่กี่ Tick

Scalping – การเทรดระยะสั้นมาก

_______________________________________________________________________

3. ห้ามใช้ ข้อผิดพลาดทางเทคนิค (Technical Errors) เพื่อสร้างความได้เปรียบ

หาก Trader ตรวจพบ:

  • ราคาล่าช้า (Price delay);
  • ข้อผิดพลาดของราคา (Pricing error);
  • ข้อผิดพลาดของแพลตฟอร์ม (Platform error);
  • ปัญหาด้านข้อมูลราคา (Data-feed issue);
  • ปัญหาด้านการดำเนินการคำสั่ง (Execution issue);
  • ความหน่วงของระบบ (Latency);

Trader ห้ามจงใจใช้ข้อผิดพลาดดังกล่าวเพื่อสร้างกำไร

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

หากพบปัญหาทางเทคนิค:

อย่าจงใจทำ trade ซ้ำโดยอาศัยข้อผิดพลาดดังกล่าว

ให้ดำเนินการดังนี้:

  • ตรวจสอบ platform;
  • รอให้ระบบกลับมาทำงานอย่างเสถียร;
  • ติดต่อ Support หากจำเป็น;
  • ดำเนินการเทรดต่อภายใต้สภาวะตลาดตามปกติ (market conditions)

FAQ ปัจจุบันห้ามการใช้ประโยชน์จากข้อผิดพลาดของราคา/แพลตฟอร์ม (pricing/platform errors), ความหน่วงของระบบ (latency) หรือข้อผิดพลาดในการแสดงผล/อัปเดตราคา (errors in price display/update)

_______________________________________________________________________

4. Trading Interval Restriction (ข้อจำกัดช่วงเวลาระหว่างการเทรด)

เมื่อ Trader ใช้หลาย บัญชี (accounts) จะต้องปฏิบัติตาม Trading Interval Restriction เพื่อป้องกันการประสานงานระหว่างบัญชีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ ถ่ายโอนความเสี่ยง (transfer risk) หรือ หมุนเวียนความเสี่ยงระหว่างบัญชี (cycle risk)

การมีหลาย บัญชี (accounts) ไม่ได้ถือเป็น Prohibited Conduct โดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม Trader ห้ามใช้หลายบัญชีเป็นระบบที่มีการประสานงานกันเพื่อ:

  • ถ่ายโอนความเสี่ยง (Transfer risk)
  • ถ่ายโอนผลขาดทุน (Transfer losses)
  • หักล้างสถานะการเทรด (Offset positions)
  • หมุนเวียนความเสี่ยงระหว่างบัญชี (Cycle risk)
  • รักษาความสม่ำเสมอของผลการเทรดด้วยวิธีที่ไม่เป็นธรรมชาติ (Artificially maintain consistency)
  • สร้างหรือรับประกันผลลัพธ์ที่ต้องการ (Guarantee a result)
  • หลีกเลี่ยงข้อจำกัดของบัญชี (Circumvent account restrictions)

กฎ Trading Interval Restriction

หาก สถานะการเทรด (position) บน สินทรัพย์ที่เทรด (symbol) ใด symbol หนึ่งกำลัง:

เปิดอยู่และอยู่ในสถานะขาดทุน (Open and currently at a loss)

Trader ห้ามเปิด สถานะการเทรดใหม่ (new position) บน symbol เดียวกัน ในบัญชีอื่นของตนเอง

หลังจาก สถานะที่ขาดทุน (losing position) ถูกปิดแล้ว Trader ต้องรอ:

อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

โดยนับจากเวลาที่ losing position ถูกปิด ก่อนที่จะเปิด position ใหม่บน symbol เดียวกันในบัญชีอื่น

ตัวอย่าง

Account A – GOLD BUY → กำลังขาดทุน

→ ไม่สามารถเปิด GOLD บน Account B ได้ทันที

หลังจาก GOLD position บน Account A ถูกปิดด้วย ขาดทุน (loss)

→ ต้องรออย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเทรด GOLD บน Account B

วัตถุประสงค์ของ Trading Interval Restriction

กฎนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการใช้หลายบัญชีเพื่อ:

  • หมุนเวียนความเสี่ยงระหว่างบัญชี (Cycle risk)
  • ถ่ายโอนผลขาดทุน (Transfer losses)
  • หักล้างหรือถ่ายโอนความเสี่ยง (Offset หรือ transfer risk)
  • บิดเบือนความสม่ำเสมอของผลการเทรด (Manipulate trading consistency)
  • หลีกเลี่ยงการควบคุมความเสี่ยงหรือข้อจำกัดของบัญชี (Circumvent risk controls หรือ account restrictions)

วิธีเทรดที่ถูกต้อง

แต่ละบัญชีควรได้รับการบริหารจัดการโดยอิงจาก การตัดสินใจในการเทรดที่เป็นอิสระต่อกัน (independent trading decisions) และมี เหตุผลในการเทรดที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล (trading rationale)

ไม่ควรเปิด trade ในบัญชีอื่นเพียงเพื่อเทรดต่อ กลับทิศทาง หรือชดเชยผลลัพธ์จาก losing position ในบัญชีก่อนหน้า

การมีหลายบัญชี ไม่ได้ถูกห้าม

สิ่งที่เป็นพฤติกรรมต้องห้ามคือการประสานงานระหว่างบัญชีเพื่อ ถ่ายโอนหรือหมุนเวียนความเสี่ยง (transfer หรือ cycle risk)

_______________________________________________________________________

5. ห้าม Hedge ระหว่าง Accounts โดยเด็ดขาด

นี่เป็น กฎ (rule) ที่ Trader ควรจดจำแยกต่างหาก

Hedging ระหว่าง WeMasterTrade accounts ตั้งแต่สองบัญชีขึ้นไป หรือกับบริษัทบุคคลที่สาม (third-party company) เป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด (strictly prohibited)

ดังนั้น Trader ไม่ควรทำ:

Account A → BUY

และ

Account B → SELL

หากทั้งสอง สถานะการเทรด (positions) ถูกใช้เพื่อ Hedge หรือหักล้างความเสี่ยง (offset risk) ระหว่าง accounts

กฎนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า:

  • เป็น LONG หรือ SHORT
  • เป็น BUY หรือ SELL
  • Account ใดเป็นฝ่ายทำกำไร
  • Account ใดเป็นฝ่ายขาดทุน

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

หาก Trader ต้องการ Hedge และการกระทำนั้นได้รับอนุญาต ควรดำเนินการภายในขอบเขตที่ Trading Rules อนุญาตบน บัญชีเดียวกัน (single account) แทนการใช้หลาย accounts เพื่อ Hedge

Hedging สามารถทำได้ แต่จำนวน Hedging trades ทั้งหมดต้องไม่เกิน 25% ของจำนวน trades ทั้งหมด

1 Buy order และ 1 Sell order จะถูกนับแยกกัน และไม่นับรวมเป็น 1 trade

_______________________________________________________________________

6. ห้ามจงใจบิดเบือน Profit Consistency (Manipulate Profit Consistency)

Trader ควรปล่อยให้กำไรสะท้อนผลลัพธ์จากการเทรดจริง แทนที่จะจงใจปรับเปลี่ยนช่วงเวลาที่มีการรับรู้กำไรหรือขาดทุน หรือจัดรูปแบบ trades เพียงเพื่อให้ได้ระดับ Profit Consistency (PC) ที่ต้องการ

การ บิดเบือน Profit Consistency (Manipulate Profit Consistency) อาจเกิดขึ้นเมื่อ Trader จงใจเปลี่ยนวิธีการเข้าเทรด การบริหาร position หรือการปิด position เพื่อควบคุมจำนวนกำไรที่ถูกบันทึกในแต่ละวัน

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

6.1. ปิด Position บางส่วนเพื่อกระจายกำไรไปหลายวัน

Trader ไม่ควรจงใจแบ่งการปิด trade หรือ trading idea เดียวออกเป็นหลายวัน เพียงเพื่อกระจายกำไร และลดผลกระทบของวันที่มีกำไรสูงต่อ Profit Consistency

ตัวอย่าง

Trading idea หนึ่งสร้างกำไร 1,000 USD แต่ Trader จงใจ:

  • ปิดบางส่วนในวันที่ 1;
  • ปิดบางส่วนในวันที่ 2;
  • ปิดส่วนที่เหลือในวันที่ 3;

เพียงเพื่อกระจายกำไรไปหลายวันและปรับ Profit Consistency

→ อาจถูกพิจารณาว่าเป็น การบิดเบือน Profit Consistency (Profit Consistency Manipulation)

6.2. เหลือ Position เพียงเล็กน้อยเพื่อเลื่อนกำไรไปยังวันอื่น

Trader ปิด position เกือบทั้งหมดในวันปัจจุบัน แต่จงใจเหลือ position ไว้เพียงเล็กน้อย เพื่อให้กำไรส่วนที่เหลือถูกบันทึกในวันถัดไป

หากวัตถุประสงค์หลักของการถือ position ที่เหลือคือการเปลี่ยนช่วงเวลาที่รับรู้กำไรเพื่อปรับ Profit Consistency การกระทำดังกล่าวอาจถือเป็นการละเมิดกฎ

6.3. เปิด Losing Trades เพิ่มเพื่อทำให้กำไรประจำวันลดลง

Trader ห้ามจงใจเปิด trades ที่ไม่มีเหตุผลทางการเทรดที่สมเหตุสมผล เพียงเพื่อทำให้ กำไรประจำวัน (daily profit) ลดลง

ตัวอย่าง

Trader มี:

กำไรประจำวัน (daily profit) = 2,000 USD

จากนั้นจงใจเปิด trades เพิ่มโดยไม่สอดคล้องกับ strategy เพื่อสร้าง:

ขาดทุน (loss) = 500 USD

ผลลัพธ์:

กำไรประจำวัน (daily profit) เหลือ = 1,500 USD

หากวัตถุประสงค์ของ trades เหล่านี้คือการลดกำไรประจำวันหรือควบคุม Profit Consistency แทนที่จะเป็น trading decision ที่เกิดขึ้นจริง:

→ อาจถูกพิจารณาว่าเป็น การบิดเบือน Profit Consistency (Profit Consistency Manipulation)

6.4. เปิดหลาย Small Trades แล้วทยอยปิดในหลายวัน

การเปิดหลาย trades หรือการทยอยปิด position ไม่ได้ถือเป็นการละเมิดโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม หาก Trader เปิดหลาย positions จาก trading idea เดียวกัน แล้วจงใจแบ่งการปิด position ไปหลายวัน เพียงเพื่อกระจายกำไรหรือขาดทุนระหว่างวันเพื่อปรับ Profit Consistency:

→ อาจถูกพิจารณาว่าเป็น Profit Consistency Manipulation

6.5. ใช้คำสั่งตรงข้ามเพื่อเก็บหรือเลื่อนกำไรไปยังวันอื่น

Trader ไม่ควรใช้คำสั่งตรงข้ามหรือวิธีการในลักษณะเดียวกันเพื่อ:

  • รักษากำไร;
  • เลื่อนช่วงเวลาที่รับรู้กำไร;
  • โอนกำไรไปยังวันถัดไป;
  • จงใจปรับปรุง Profit Consistency

โดยเฉพาะการใช้คำสั่งตรงข้ามระหว่าง accounts เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ยังอาจเข้าข่าย cross-account hedging ซึ่งเป็นพฤติกรรมต้องห้าม

_______________________________________________________________________

อะไรที่ไม่ถือเป็น Profit Consistency Manipulation โดยอัตโนมัติ?

ไม่ใช่ทุกพฤติกรรมต่อไปนี้จะถือเป็นการละเมิด:

  • มีวันที่ทำกำไรสูงมาก;
  • มีวันที่ขาดทุน;
  • ปิด position บางส่วน;
  • ถือ position ข้ามวัน;
  • เปิดหลาย trades

พฤติกรรมเหล่านี้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของ กลยุทธ์การเทรดตามปกติ (normal trading strategy) ได้

ประเด็นสำคัญคือ:

พฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นจากเหตุผลในการเทรดจริง หรือเกิดขึ้นเพียงเพื่อปรับ Profit Consistency?

ตัวอย่าง

ปิด position บางส่วนเพราะต้องการลดความเสี่ยงตาม trading plan

→ ไม่ได้ถือเป็นการละเมิดโดยอัตโนมัติ

ปิด position บางส่วนเพียงเพื่อแบ่งกำไรไปยังวันถัดไปและทำให้ Profit Consistency ดูดีขึ้น

→ อาจถือเป็นการละเมิด

เปิด trade เพราะมี โอกาสในตลาด (market opportunity) ที่เกิดขึ้นจริง

→ ไม่ได้ถือเป็นการละเมิดโดยอัตโนมัติ

เปิด losing trade เพียงเพื่อทำให้ กำไรประจำวัน (daily profit) ลดลง

→ อาจถือเป็น Profit Consistency Manipulation

_______________________________________________________________________

สิ่งที่ต้องจำ

อย่าเทรดเพียงเพื่อปรับ Profit Consistency

อย่าจงใจแบ่ง เลื่อน หรือโอนกำไรไปหลายวัน เพียงเพื่อเปลี่ยนผลลัพธ์ของแต่ละวัน

อย่าเปิด trades ที่ไม่มีเหตุผลทางการเทรดที่แท้จริง เพียงเพื่อทำให้กำไรประจำวัน (daily profit) ลดลง

ปล่อยให้กำไรสะท้อน strategy และผลลัพธ์จากการเทรดจริง

พูดง่าย ๆ:

เทรดตาม strategy ไม่ใช่เทรดตามค่า Profit Consistency

_______________________________________________________________________

7. ห้าม Group Trading หรือเทรดแทนผู้อื่น

Group Trading หมายถึง การประสานงานในการเทรดระหว่างบุคคลหลายคน ซึ่งอาจนำไปสู่การกระจายความเสี่ยง หรือสร้างผลลัพธ์ที่ไม่ได้สะท้อนกิจกรรมการเทรดอย่างเป็นอิสระของแต่ละ account รวมถึงการให้บุคคลอื่นดำเนินการเทรดแทนเจ้าของ account

แต่ละ account ต้องถูก เข้าสู่ระบบและดำเนินการเทรดโดย Trader เจ้าของ account ด้วยตนเอง

ห้าม:

  • แชร์ account หรือข้อมูล login ให้บุคคลอื่น;
  • ให้บุคคลอื่น กลุ่ม หรือ team เข้าสู่ระบบและเทรดแทน;
  • จ้างหรือขอให้บุคคลอื่นเทรดแทน;
  • ให้หลายคนร่วมกันบริหารและดำเนินการเทรดใน account เดียว;
  • ประสานงานกับ Trader อื่นเพื่อใช้ accounts แยกกันเป็นระบบสำหรับ hedge, transfer หรือ cycle risk

ตัวอย่าง

Trader A – Account A: BUY GOLD และกำลังขาดทุน

Trader B – Account B: จงใจ SELL GOLD เพื่อสร้างกำไรจากการขาดทุนของ Account A

→ ❌ นี่คือ การประสานงานในการเทรดระหว่าง accounts และอาจถูกพิจารณาว่าเป็น hedge/risk cycling แม้ว่าแต่ละคนจะใช้ account ของตนเองแยกกันก็ตาม

_______________________________________________________________________

8.ห้ามจงใจจำกัดหรือควบคุม Highest Daily Profit

Trader ไม่จำเป็นต้องกังวลหากมีวันที่ทำกำไรสูง

การทำกำไรสูงเพียงอย่างเดียวไม่ได้ถือเป็น Prohibited Conduct

ประเด็นสำคัญคือเมื่อ Trader จงใจลดหรือควบคุมกำไร เพื่อให้เป็นไปตาม Profit Consistency

ไม่ควรมี Mindset แบบนี้:

“วันนี้ฉันทำกำไรมากเกินไป ต้องหาวิธีลดกำไรลง”

แต่ควร:

“ฉันจะเทรดต่อไปตาม strategy และ risk management ตามปกติ”

ตาม FAQ ปัจจุบัน การกระทำโดยเจตนาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดหรือควบคุม Highest Daily Profit ถือเป็น prohibited profit consistency manipulation

_______________________________________________________________________

9. ห้ามใช้ Arbitrage – การเก็งกำไร เพื่อสร้างความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม

Trader ไม่ควรจงใจใช้ประโยชน์จาก ส่วนต่างของราคา (Price Differences) ระหว่าง:

  • โบรกเกอร์ (Broker);
  • แพลตฟอร์ม (Platform);
  • แหล่งข้อมูลราคา (Data Feed);
  • บัญชีซื้อขาย (Accounts);
  • ตลาด (Markets);

เพื่อสร้าง กำไรที่สามารถรับประกันได้ (Guaranteed Profit) หรือ กำไรที่เกิดจากความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Profit)

รูปแบบของ Arbitrage ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่:

  1. การใช้ประโยชน์จากความล่าช้าของราคา (Latency Arbitrage);
  2. การเก็งกำไรจากการเปิดสถานะเพียงฝั่งเดียว (One-Leg Arbitrage);
  3. การเก็งกำไรจากการเปิดสถานะทั้งสองฝั่ง (Two-Leg Arbitrage);
  4. การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาของสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กัน (Pairs Arbitrage);
  5. การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาระหว่างหลายบัญชี (Cross-Account Arbitrage);

พฤติกรรมเหล่านี้อยู่ในกลุ่มพฤติกรรมที่ Trader ควรหลีกเลี่ยง ภายใต้ นโยบายพฤติกรรมต้องห้าม (Prohibited Conduct Policy)

_______________________________________________________________________

10. ห้ามใช้ Spoofing หรือการซื้อขายที่รบกวนตลาด (Disruptive Trading)

Trader ควรวางคำสั่งซื้อขาย (orders) เฉพาะเมื่อมีเจตนาในการเทรดที่แท้จริง (trading intent) เท่านั้น

ไม่ควร:

วางคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ → สร้างภาพหรือความเข้าใจต่อตลาดที่ทำให้เข้าใจผิด → ยกเลิกคำสั่งซื้อขายหลังจากบรรลุวัตถุประสงค์

การกระทำในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่าย Spoofing

ตาม FAQ ปัจจุบัน พฤติกรรมที่รบกวนตลาด (disruptive practices) รวมถึง กลยุทธ์ Spoofing (spoofing strategies) อยู่ในกลุ่ม กลยุทธ์การเทรดที่ห้ามใช้ (prohibited trading strategies)

_______________________________________________________________________

11. บริหารความเสี่ยง (Risk) อย่างเหมาะสม

Trader ไม่ควรเปลี่ยนบัญชี (account) ให้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับ การพนัน (gambling)

โดยเฉพาะควรหลีกเลี่ยง:

  • การลงเงินทั้งหมดในการเทรดครั้งเดียว (All-in);
  • การเปิดสถานะที่มีขนาดใหญ่เกินความเหมาะสมอย่างมาก (Extremely oversized positions);
  • การเพิ่มขนาดล็อต (lot) อย่างฉับพลันหลังจากขาดทุน;
  • การพยายามกู้คืนผลขาดทุนทั้งหมดภายในการเทรดเพียงครั้งเดียว;
  • การเทรดเพื่อเอาคืนจากการขาดทุน (Revenge Trading);
  • การรับความเสี่ยงโดยไม่มีพื้นฐานจากแผนการเทรด (Risk-taking ที่ไม่ได้อิงจาก Trading Plan)

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

ก่อนการเทรดแต่ละครั้ง Trader ควรกำหนด:

จุดเข้า (Entry) → Stop Loss → ขนาดสถานะ (Position Size) → ความเสี่ยงสูงสุด (Maximum Risk) → แผนการออกจากตลาด (Exit Plan)

ไม่ควรกำหนด Position Size เพียงเพราะคิดว่า:

“เพิ่งขาดทุน ดังนั้นการเทรดครั้งถัดไปต้องใช้ขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม”

_______________________________________________________________________

12. ห้ามใช้เครื่องมือ (Tools) เพื่อสร้างความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Advantage)

Trader ห้ามใช้ ซอฟต์แวร์ (Software), AI, ระบบส่งคำสั่งความเร็วสูงเป็นพิเศษ (Ultra-High-Speed Execution), การป้อนข้อมูลจำนวนมาก (Mass Data Entry) หรือเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อ:

  • บิดเบือนการดำเนินการคำสั่งซื้อขาย (Manipulate Execution);
  • ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มในทางที่ไม่เหมาะสม (Abuse Platform);
  • แสวงหาประโยชน์จากช่องโหว่หรือความผิดปกติของระบบ (Exploit System);
  • หลีกเลี่ยงหรือเลี่ยงข้อจำกัดของระบบ (Circumvent Restrictions);
  • สร้างความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม (Create Unfair Advantage)

ตาม FAQ ปัจจุบัน การใช้ ซอฟต์แวร์ (Software), AI, ระบบส่งคำสั่งความเร็วสูงเป็นพิเศษ (Ultra-High-Speed Execution) หรือ การป้อนข้อมูลจำนวนมาก (Mass Data Entry) เพื่อ บิดเบือนหรือใช้ประโยชน์จาก WeMasterTrade Services ในทางที่ไม่เหมาะสม (Manipulate หรือ Abuse Services) อยู่ในกลุ่ม พฤติกรรมต้องห้าม (Prohibited Conduct)

_______________________________________________________________________

13. การเทรดภายใต้สภาวะตลาดที่มีข้อจำกัด (Restricted Market Conditions) ต้องเป็นไปตามกฎ

ก่อนทำการเทรด ตราสาร (Instruments) หรือในช่วงเวลาที่มี ข้อจำกัด (Restrictions) Trader ต้องตรวจสอบ Trading Rules ที่เกี่ยวข้องก่อนทุกครั้ง

ตัวอย่างของ ข้อจำกัด (Restrictions) ที่ระบุไว้ใน FAQ ปัจจุบัน ได้แก่:

  • Single Share Equity CFD ในช่วงใกล้เวลาประกาศผลประกอบการ (Earnings Release);
  • Equity CFD ในช่วงหรือใกล้เวลา ตลาดเปิด/ปิด (Market Open/Close) หากมีวัตถุประสงค์เพื่อทำกำไรจาก ช่องว่างของราคา (Market Gap)

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

อย่าพิจารณาเพียงว่า:

“คำสั่งซื้อขาย (Order) นี้สามารถทำกำไรได้หรือไม่?”

แต่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่า:

“ตราสาร (Instrument) นี้มีข้อจำกัด (Restriction) ใดในช่วงเวลาที่ฉันต้องการเทรดหรือไม่?”

_______________________________________________________________________

14.เมื่อไม่แน่ใจ อย่า “ทดสอบ” ระบบ (Test System)

นี่เป็นหลักการที่สำคัญมาก

Trader ไม่ควรคิดว่า:

“ลองทำสักครั้งเพื่อดูว่าระบบจะตรวจจับได้หรือไม่”

การที่ระบบไม่ได้ Flag หรือแจ้งเตือน Trade นั้นทันที ไม่ได้หมายความว่า Trade ดังกล่าวได้รับอนุญาต

วิธีปฏิบัติที่ปลอดภัยกว่าคือ:

ตรวจสอบกฎ (Check Rule) → ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ (Understand the Purpose) → เทรดตามปกติ (Trade Normally)

_______________________________________________________________________

15. ขั้นตอนการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว (Quick Decision Flow)

Trader สามารถใช้ขั้นตอนนี้ตรวจสอบตัวเองก่อนทำการเทรด:

ขั้นตอนที่ 1

กำลังเทรดโดยอิงจากโอกาสในตลาด (Market Opportunity) หรือไม่?

→ Yes → ดำเนินการต่อ

→ No → ทบทวนวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเทรด

ขั้นตอนที่ 2

กำลังใช้ประโยชน์จากข้อผิดพลาด (Error), ความหน่วงของระบบ (Latency) หรือจุดอ่อนทางเทคนิคของระบบ (Technical Weakness) หรือไม่?

→ Yes → หยุด 

→ No → ดำเนินการต่อ

ขั้นตอนที่ 3

กำลังทำ Tick Scalping หรือไม่?

→ Yes → หยุดและติดต่อทีม Support เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบ

→ No → ดำเนินการต่อ

ขั้นตอนที่ 4

กำลังทำ Hedging กับบัญชีอื่นหรือไม่?

→ Yes → หยุดและติดต่อทีม Support เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบ

→ No → ดำเนินการต่อ

ขั้นตอนที่ 5

มีสถานะขาดทุน (Losing Position) บนสินทรัพย์เดียวกัน (Symbol) ใน Account A หรือไม่?

→ Yes → ตรวจสอบ Trading Interval Restriction ก่อนเทรด Symbol เดียวกันใน Account B

→ หากเป็น คนละ Symbol กับ Account A → สามารถเทรดต่อใน Account B ได้

ขั้นตอนที่ 6

กำลังจงใจปรับกำไรประจำวัน (Daily Profit) หรือ Profit Consistency หรือไม่?

ตัวอย่าง:

  • แบ่งกำไร (Profit) ไปหลายวัน;
  • เหลือ Position บางส่วนไว้เพียงเพื่อเลื่อนการรับรู้กำไร (Shift Profit);
  • เปิด Losing Trades เพื่อทำให้ Daily Profit ลดลง;
  • ทำ Hedging เพื่อรักษากำไรและเลื่อนการรับรู้กำไรไปยังวันถัดไป;

→ Yes → ห้ามดำเนินการ

ขั้นตอนที่ 7

ระดับความเสี่ยง (Risk) ของฉันสมเหตุสมผลหรือไม่?

→ หากกำลังเทรดเพื่อ กู้คืนผลขาดทุน (Recover Loss) หรือใช้ Position Size ที่ใหญ่เกินไป → หยุดและทบทวนการบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

หมายเหตุ: สำหรับเทรดเดอร์ที่สงสัยว่าบัญชีของตนอาจเข้าข่ายการละเมิดกฎ Tick Scalping, Scalping, Hedge หรือ Trading Interval ทางระบบแนะนำให้ตรวจสอบประวัติการเทรดด้วยตนเองก่อน 1 ครั้ง ก่อนติดต่อ Support เพื่อยืนยันข้อมูลเบื้องต้น เนื่องจากปัจจุบันระบบรองรับการตรวจสอบการละเมิดกฎได้ 1 ครั้งต่อ 1 Profile เท่านั้น

_______________________________________________________________________

16. อะไรที่ไม่ได้ถือเป็น Prohibited Conduct โดยอัตโนมัติ?

ไม่ใช่ทุก พฤติกรรมการเทรด (Trading Behavior) ที่ดูผิดปกติ รวดเร็ว มีจำนวนมาก หรือสร้างกำไรสูง จะถือเป็น พฤติกรรมต้องห้าม (Prohibited Conduct)

พฤติกรรมจะถูกพิจารณาว่าเป็น Prohibited Conduct เมื่อเข้าข่ายพฤติกรรมต้องห้าม หรือมีลักษณะของ:

การแสวงหาประโยชน์จากระบบ (Exploiting the System), การบิดเบือนผลลัพธ์ (Manipulating Results), การถ่ายโอนความเสี่ยง (Transferring Risk) หรือการสร้างความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม (Creating an Unfair Advantage)

Trader สามารถใช้ รูปแบบการเทรด (Trading Styles) ที่หลากหลายได้ ตราบใดที่ยังปฏิบัติตาม กฎการเทรดที่เกี่ยวข้อง (Applicable Trading Rules)

_______________________________________________________________________

✅ 16.1. การเทรดหลายรายการ (Multiple Trades)

การเปิดหลายรายการเทรดไม่ได้ถือเป็นการละเมิดโดยอัตโนมัติ

Trader สามารถมีหลาย สถานะการเทรด (Positions) หรือทำการเทรดหลายรายการภายในหนึ่งวันได้

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการเทรดอาจถูกพิจารณาเพิ่มเติม หากจำนวน ความถี่ หรือรูปแบบการส่งคำสั่งซื้อขาย (Order Pattern) มีลักษณะ มากเกินความเหมาะสม (Excessive) หรือ ไม่สอดคล้องกับการเทรดตามปกติ (Unrealistic) โดยเฉพาะเมื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อ:

  • ใช้ประโยชน์จากระบบในทางที่ไม่เหมาะสม (Abuse the System);
  • บิดเบือนการดำเนินการคำสั่งซื้อขาย (Manipulate Execution);
  • สร้างกิจกรรมการเทรดที่ไม่สะท้อนการเทรดจริง (Create Artificial Trading Activity);
  • สร้างความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม (Gain an Unfair Advantage)

กล่าวอีกอย่างคือ:

การเทรดหลายรายการ ≠ ถือเป็น Prohibited Conduct โดยอัตโนมัติ

_______________________________________________________________________

✅ 16.2. การทำกำไรสูง (High Profitability)

การทำกำไรจำนวนมากไม่ได้ถือเป็นพฤติกรรมต้องห้าม (Prohibited Conduct) โดยอัตโนมัติ

Trader สามารถมี:

  • วันที่ทำกำไรสูง;
  • ช่วงเวลาที่ชนะติดต่อกัน (Winning Streak);
  • Trade ที่สร้างกำไรจำนวนมาก;
  • ผลการเทรด (Performance) ที่สูงกว่าปกติ;

ความสามารถในการทำกำไร (Profitability) เพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะสรุปว่า Trader ละเมิดกฎ

สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ:

กำไรดังกล่าวมาจากกิจกรรมการเทรดที่ถูกต้องตามปกติ (Legitimate Trading Activity) หรือเกิดจากการบิดเบือนหรือการแสวงหาประโยชน์จากระบบ (Manipulation/Exploitation)?

ตัวอย่าง

Trader พบ Setup ที่มีความน่าสนใจมาก และตลาดเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงไปในทิศทางเดียวกับการวิเคราะห์

→ Trader ทำกำไรได้สูง แต่กำไรดังกล่าวเกิดจาก การเทรดตามปกติและมีเหตุผลรองรับ (Legitimate Trading)

ดังนั้น ไม่ควรสรุปโดยอัตโนมัติว่าการทำกำไรสูงเป็นการบิดเบือนผลลัพธ์ (Manipulation)

_______________________________________________________________________

✅ 16.3. กลยุทธ์การเทรดที่หลากหลาย (Different Trading Strategies)

Trader ไม่จำเป็นต้องเทรดด้วย กลยุทธ์ (Strategy) เพียงรูปแบบเดียว

Trader แต่ละคนสามารถใช้:

  • กรอบเวลาการเทรดที่แตกต่างกัน (Different Timeframes);
  • ตราสารที่แตกต่างกัน (Different Instruments);
  • วิธีการเข้าเทรดที่แตกต่างกัน (Different Entry Methods);
  • วิธีการออกจากการเทรดที่แตกต่างกัน (Different Exit Methods);
  • แนวทางการบริหารความเสี่ยงที่แตกต่างกัน (Different Risk Management Approaches);
  • รูปแบบการเทรดที่แตกต่างกัน (Different Trading Styles)

ความแตกต่างของ Strategy ไม่ได้ถือเป็นพฤติกรรมต้องห้าม (Prohibited Conduct) โดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม Strategy ยังคงต้องปฏิบัติตาม กฎการเทรดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (Applicable Trading Rules)

_______________________________________________________________________

⚠️ 16.4. การทำ Hedging ภายในบัญชีเดียวกัน (Hedging Within the Same Account)

การทำ Hedging จำเป็นต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง การทำ Hedging ระหว่างบัญชี (Cross-Account Hedging) และ การทำ Hedging ภายในบัญชีเดียวกัน (Hedging Within the Same Account)

ภายในบัญชีเดียวกัน (Within One Account)

การทำ Hedging ภายในบัญชีเดียวกันอาจได้รับอนุญาต แต่ต้องรักษาอัตราออเดอร์ Hedge ให้ต่ำกว่า 25% ของจำนวนออเดอ์ทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ กฎการเทรดที่เกี่ยวข้อง (Applicable Trading Rules)

ระหว่างบัญชี (Between Accounts)

การทำ Hedging ระหว่างบัญชี WeMasterTrade ตั้งแต่สองบัญชีขึ้นไป ถือเป็น พฤติกรรมต้องห้าม (Prohibited)

การทำ Hedging ภายในบัญชีเดียวกันอาจได้รับอนุญาต

การทำ Hedging ระหว่างบัญชีเป็นสิ่งต้องห้าม