ตัวอย่างของพฤติกรรมต้องห้าม

1. การฉ้อโกงหรือพฤติกรรมที่ไม่ซื่อสัตย์ (Fraud & Dishonesty)

ตัวอย่างที่ 1:
Trader ให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลการสมัครที่ไม่เป็นความจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของบริษัท
→ อาจถือเป็น Fraud / Dishonesty

ตัวอย่างที่ 2:
Trader พยายามปกปิดหรือแก้ไขข้อมูลการเทรด เพื่อไม่ให้บริษัทตรวจพบการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎ
→ อาจถือเป็น Prohibited Conduct

_______________________________________________________________________

2. การใช้ประโยชน์จากข้อผิดพลาดทางเทคนิคหรือจุดอ่อนของระบบ

ตัวอย่างที่ 1:
ระบบแสดงราคาล่าช้ากว่าราคาตลาดจริง และ Trader สังเกตเห็นความผิดปกตินี้แล้วตั้งใจเปิด/ปิดคำสั่งเพื่อทำกำไรจากราคาที่ล่าช้า
→ อาจถือเป็น System Exploitation

ตัวอย่างที่ 2:
Trader พบ Platform Error หรือ Data Feed Issue และพยายามส่งคำสั่งซ้ำ ๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อผิดพลาดดังกล่าว
→ อาจถือเป็น Prohibited Conduct

หากเกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้หมายความว่า Trader จะทำผิดกฎโดยอัตโนมัติ โดยบริษัทจะพิจารณาถึง พฤติกรรม รูปแบบการเทรด และเจตนา ประกอบกัน

_______________________________________________________________________

3. การบิดเบือนกิจกรรมการเทรด (Trading Manipulation)

ตัวอย่างที่ 1:
Trader แบ่งการปิดกำไรหรือขาดทุนจาก Trading Idea เดียวกันออกเป็นหลายช่วง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ผลการเทรดดูสม่ำเสมอมากขึ้น
→ อาจถือเป็น Trading Manipulation

ตัวอย่างที่ 2:
Trader เปิดคำสั่งที่ไม่มีเหตุผลทางกลยุทธ์ เพียงเพื่อปรับ P&L หรือ Profit Consistency (PC) ของบัญชี
→ อาจถือเป็น Trading Manipulation

_______________________________________________________________________

4. การประสานงานระหว่างหลายบัญชี (Cross-Account Manipulation)

การมีหลาย Account ไม่ได้ถือเป็น Prohibited Conduct โดยอัตโนมัติ แต่ห้ามใช้หลายบัญชีเพื่อโอนความเสี่ยง โอนกำไร/ขาดทุน หรือหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของระบบ

ตัวอย่างที่ 1:
Account A เปิด Position ที่กำลังขาดทุน และ Trader ใช้ Account B เพื่อเปิด Position ที่มีวัตถุประสงค์ในการโอนหรือชดเชยความเสี่ยงจาก Account A
→ อาจถือเป็น Cross-Account Risk Manipulation

ตัวอย่างที่ 2:
Trader ใช้หลายบัญชีเพื่อหมุนเวียนความเสี่ยงระหว่างบัญชี หรือย้ายผลกำไร/ขาดทุนเพื่อทำให้ผลการเทรดของบัญชีใดบัญชีหนึ่งดูดีขึ้น
→ อาจถือเป็น Cycling Risk Between Accounts / Trading Manipulation

_______________________________________________________________________

5. การทำ Cross-Account Hedging

Cross-Account Hedging เป็นพฤติกรรมต้องห้ามอย่างเคร่งครัด

ตัวอย่างที่ 1:
Account A เปิด BUY GOLD และ Account B เปิด SELL GOLD เพื่อชดเชยความเสี่ยงระหว่างสองบัญชี
→ ถือเป็น Cross-Account Hedging และเป็น Prohibited Conduct

ตัวอย่างที่ 2:
Account A เปิด LONG BTC และ Account B เปิด SHORT BTC โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บัญชีหนึ่งรับกำไร ในขณะที่อีกบัญชีรับความเสี่ยงหรือขาดทุน
→ ถือเป็น Cross-Account Hedging

ตัวอย่างที่ 3:
Trader ใช้ Account ของตนเองหนึ่งบัญชี และ Account ของบุคคลอื่นเพื่อเปิด Position ตรงข้ามกัน
→ ถือเป็น Cross-Account Hedging

การเปิด Position ตรงข้ามกันระหว่างหลายบัญชีจะถูกพิจารณาตาม พฤติกรรมและวัตถุประสงค์ของการเทรด และ Cross-Account Hedging เป็นพฤติกรรมต้องห้าม

_______________________________________________________________________

6. การฝ่าฝืน Trading Interval Restriction

ตัวอย่างที่ 1:
Account A มี GOLD Position ที่กำลังขาดทุน และ Trader เปิด GOLD Position ใหม่ใน Account B ขณะที่ Position ใน Account A ยังขาดทุนและยังไม่ปิด
→ ไม่อนุญาตให้เปิด Position ใหม่ใน Account B

ตัวอย่างที่ 2:
Trader ปิด GOLD Position ใน Account A ที่ขาดทุน แล้วเปิด GOLD ใน Account B ทันที
→ ต้องรออย่างน้อย 1 ชั่วโมง หลังจาก Position ที่ขาดทุนถูกปิด ก่อนเทรด Symbol เดียวกันใน Account อื่น

ตัวอย่างที่ 3:
Trader ใช้ Account หลายบัญชีเพื่อหมุนเวียน Position ที่ขาดทุน หรือย้ายความเสี่ยงจากบัญชีหนึ่งไปยังอีกบัญชีหนึ่ง
→ อาจถือเป็น Trading Interval Violation และ Cross-Account Risk Manipulation

_______________________________________________________________________

7. การทำ Arbitrage

ห้ามใช้ความแตกต่างของราคา เวลา หรือข้อมูลระหว่าง Accounts, Brokers, Markets หรือ Data Sources เพื่อสร้างความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม

ตัวอย่างที่ 1:
Trader พบว่าราคาของ Symbol เดียวกันบนสองแหล่งข้อมูลแตกต่างกันชั่วคราว และเปิดคำสั่งเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างดังกล่าว
→ อาจถือเป็น Arbitrage

ตัวอย่างที่ 2:
Trader ใช้ความล่าช้าของราคาจาก Broker หรือ Platform หนึ่ง เพื่อส่งคำสั่งก่อนที่ราคาจะปรับตามตลาดจริง
→ อาจถือเป็น Latency Arbitrage

ตัวอย่างที่ 3:
Trader เปิด Position ใน Account หนึ่งและใช้ Account อื่นเพื่อสร้างอีกฝั่งของการเทรด เพื่อใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคา
→ อาจถือเป็น Cross-Account Arbitrage

_______________________________________________________________________

8. การใช้ข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ (Front-Running / Non-Public Information)

ตัวอย่างที่ 1:
Trader ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ Transaction หรือ Trade ที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อเปิด Position ก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น
→ อาจถือเป็น Front-Running

ตัวอย่างที่ 2:
Trader ใช้ Confidential Information หรือ Non-Public Information เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเทรด
→ อาจถือเป็น Prohibited Conduct

_______________________________________________________________________

9. การสร้างคำสั่งซื้อขายที่ทำให้ตลาดเข้าใจผิด (Spoofing)

ตัวอย่าง:
Trader ส่งคำสั่ง BUY ขนาดใหญ่โดยไม่มีเจตนาจะให้คำสั่งถูก Execute เพียงเพื่อสร้างภาพว่ามีแรงซื้อสูง จากนั้นยกเลิกคำสั่งเมื่อราคาขยับตามที่ต้องการ
→ อาจถือเป็น Spoofing / Prohibited Conduct

_______________________________________________________________________

10. การเทรดมากเกินไปหรือมีรูปแบบที่ไม่สมเหตุสมผล

การมีจำนวน Trade มาก ไม่ได้หมายความว่าผิดกฎโดยอัตโนมัติ แต่รูปแบบการเทรดที่ผิดปกติหรือไม่มีเหตุผลทางการเทรดอาจถูกตรวจสอบ

ตัวอย่างที่ 1:
Trader ส่งคำสั่งจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยไม่มี Trading Setup หรือเหตุผลทางกลยุทธ์ที่ชัดเจน
→ อาจถูกตรวจสอบว่าเป็น Excessive / Unrealistic Trading Activity

ตัวอย่างที่ 2:
Trader เปิดและปิดคำสั่งซ้ำ ๆ โดยมีลักษณะเหมือนพยายามสร้างกิจกรรมในระบบมากกว่าการเทรดตามกลยุทธ์
→ อาจถือเป็น Artificial Trading Activity

_______________________________________________________________________

11. การเทรดในลักษณะคล้ายการพนัน (Gambling-Like Trading)

ตัวอย่างที่ 1:
Trader ขาดทุน 5,000 USD แล้วเพิ่มขนาด Position อย่างมากใน Trade ถัดไปเพื่อพยายามเอาเงิน 5,000 USD กลับคืนมาในครั้งเดียว
→ อาจถือเป็น Gambling-Like Trading

ตัวอย่างที่ 2:
Trader ใช้ Lot Size ที่สูงมากโดยไม่มี Risk Management และยอมรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนเป็นจำนวนมากจาก Trade เดียว
→ อาจถูกพิจารณาว่าเป็น Excessive Risk / Gambling-Like Trading

ตัวอย่างที่ 3:
หลังจากขาดทุน Trader เพิ่ม Lot Size อย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามเอาคืนโดยไม่มี Trading Plan
→ อาจถือเป็น Revenge Trading / Gambling-Like Trading

_______________________________________________________________________

12. Tick Scalping

Tick Scalping เป็นพฤติกรรมต้องห้าม

ตัวอย่างที่ 1:
Trader เปิดและปิดคำสั่งอย่างรวดเร็วซ้ำ ๆ เพื่อเก็บกำไรจากการเคลื่อนไหวเพียงไม่กี่ Tick
→ ถือเป็น Tick Scalping

ตัวอย่างที่ 2:
Trader ส่งคำสั่ง BUY → ปิด → BUY → ปิด ซ้ำ ๆ ในช่วงเวลาสั้นมาก โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อจับการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อย
→ อาจถือเป็น Tick Scalping

Scalping ปกติสามารถทำได้ หากเป็นการเทรดตาม Trading Setup และปฏิบัติตามข้อกำหนดของ WeMasterTrade แต่ Tick Scalping ไม่ได้รับอนุญาต

_______________________________________________________________________

13. การใช้ Tools หรือ Software เพื่อสร้างความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม

ตัวอย่างที่ 1:
Trader ใช้ Software เพื่อส่งคำสั่งจำนวนมากอย่างรวดเร็ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกดดันหรือใช้ประโยชน์จากระบบ Execution
→ อาจถือเป็น Prohibited Conduct

ตัวอย่างที่ 2:
Trader ใช้ AI, Bot หรือ Software เพื่อค้นหาและใช้ประโยชน์จาก Server Error, Latency หรือ Technical Weakness
→ อาจถือเป็น System Exploitation

ตัวอย่างที่ 3:
Trader ใช้เครื่องมือเพื่อหลีกเลี่ยง Technical Restriction หรือข้อจำกัดของระบบ
→ อาจถือเป็น Prohibited Conduct

_______________________________________________________________________

14. การบิดเบือนเงินทุน (Capital Manipulation)

ตัวอย่าง:
Trader ใช้หลาย Account ร่วมกันผ่าน Copying หรือวิธีอื่น เพื่อทำให้เงินทุนที่สามารถใช้งานได้จริง (Effective Capital) สูงกว่าระดับที่บริษัทอนุญาต เช่น พยายามทำให้ Effective Capital รวมเกิน 400,000 USD
→ อาจถือเป็น Capital Manipulation

_______________________________________________________________________

15. การบิดเบือน Profit Consistency (Profit Consistency Manipulation)

ตัวอย่างที่ 1:
Trader ทำกำไรจำนวนมากจาก Trading Idea เดียวกัน แต่ตั้งใจทยอยปิด Position ในหลายวัน เพียงเพื่อกระจายกำไรและลด Highest Daily Profit
→ อาจถือเป็น Profit Consistency Manipulation

ตัวอย่างที่ 2:
Trader เหลือ Position ขนาดเล็กมากไว้ข้ามวัน ทั้งที่ไม่มีเหตุผลทาง Trading Strategy เพียงเพื่อย้ายกำไรบางส่วนไปนับเป็นกำไรของวันถัดไป
→ อาจถือเป็น Profit Consistency Manipulation

ตัวอย่างที่ 3:
Trader เปิด Trade ที่ขาดทุนโดยไม่มี Trading Setup หรือเหตุผลด้าน Risk Management เพียงเพื่อทำให้กำไรของวันลดลงและปรับค่า PC
→ อาจถือเป็น Profit Consistency Manipulation

ตัวอย่างที่ 4:
Trader แบ่ง Trading Idea เดียวออกเป็น Trade จำนวนมาก และตั้งใจปิด Trade เหล่านั้นในหลายวัน เพื่อกระจายกำไรให้ดูสม่ำเสมอ
→ อาจถือเป็น Profit Consistency Manipulation

ตัวอย่างที่ 5:
Trader มีกำไรสูงในวันหนึ่ง แล้วเปิด Position ฝั่งตรงข้ามหรือใช้ Account อื่นเพื่อควบคุมหรือย้ายผลกำไรไปยังวันถัดไป
→ อาจถือเป็น Profit Consistency Manipulation และหากมีการใช้หลาย Account เพื่อ Hedge อาจเข้าข่าย Cross-Account Hedging

กำไรสูงในวันเดียว ไม่ได้ถือเป็นการละเมิดกฎโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับการถือ Position ข้ามวัน การ Partial Close หรือการมีหลาย Trade สิ่งสำคัญคือพฤติกรรมนั้นมี เหตุผลทางการเทรดจริง หรือถูกทำขึ้นเพื่อ ควบคุมหรือบิดเบือน Profit Consistency โดยเฉพาะ